6 ข้อควรเช็ก ก่อนจ้างออร์แกไนเซอร์งานแต่งงาน

เดี๋ยวนี้อะไรก็เป็นเรื่องง่ายไปหมด ไม่เว้นแม้แต่การจัดงานใหญ่ ๆ อย่างงานแต่งงาน ก็ยังสามารถจ้างออร์แกไนเซอร์จัดงานให้ได้อย่างสบาย ๆ เพียงแค่เราแพลนสิ่งที่อยากได้เอาไว้คร่าว ๆ จากนั้นออร์แกไนเซอร์ก็จะต่อยอดให้เราอย่างเต็มที่ แต่แน่นอนว่าออร์แกไนเซอร์มันไม่ได้เชื่อใจได้ทุกเจ้า อย่างที่เราเคยเห็นผ่านตาอยู่บ่อย ๆ ว่างานแต่งหลายงานต้องพังลงไป เพราะถูกออร์แกไนเซอร์โกง ฉะนั้น วันนี้เราจึงได้นำเอา 6 ข้อควรเช็ก ก่อนจ้างออร์แกไนเซอร์งานแต่งงาน มาให้คนที่กำลังมองหาข้อมูลงานแต่งงาน ได้เช็กดี ๆ ก่อนจะตัดสินใจเลือกออร์แกไนเซอร์สักเจ้า ว่าเจ้าที่เราเลือกมีเกณฑ์จะโกงหรือไม่ พร้อมแล้วไปดูกันเลยค่ะ

6 ข้อควรเช็ก ก่อนจ้างออร์แกไนเซอร์งานแต่งงาน

6 ข้อควรเช็ก ก่อนจ้างออร์แกไนเซอร์งานแต่งงาน
  • ตรวจสอบข้อมูลทั่วไปของบริษัท

อันดับแรกเริ่มจากการตรวจสอบข้อมูลทั่วไปของบริษัทก่อนเลยค่ะ เราต้องดูก่อนเลยว่าทางบริษัทนั้นมีเว็บไซต์ทางการเป็นของตัวเองหรือไม่ มีช่องทางติดต่อทางโซเชียลมีเดียอย่าง Facebook, Instagram หรือ Twitter ด้วยหรือเปล่า หากมีและเป็นบริษัทที่เชื่อถือได้ ก็จะมีข้อมูลเบื้องต้นให้เราอ่านเลยทันที ตั้งแต่บอกว่าเริ่มทำธุรกิจเมื่อไหร่

มีประสบการณ์การทำงานมานานกี่ปี ทีมงานที่เกี่ยวข้องมีใครบ้าง บางเจ้าก็จะแนบใบอนุญาตประกอบกิจการให้ดูกันโต้ง ๆ เลย เพื่อยืนยันความเป็นมืออาชีพและแสดงความจริงใจต่อลูกค้า ที่สำคัญคือมันจะมีรีวิวการใช้งาน ของลูกค้าเจ้าก่อน ๆ ให้เราได้เลือกประเมินความประทับใจด้วยนะคะ

  • ดูว่าบริษัทนั้นรับผิดชอบงานส่วนไหนบ้าง

คิดว่าคงมีคนจำนวนไม่น้อย ที่คิดว่าออร์แกไนเซอร์งานแต่งงาน มีหน้าที่จัดงานทุกอย่างแบบครบวงจร แต่ความจริงไม่ใช่แบบนั้นนะคะ ออร์แกไนเซอร์บางเจ้าอาจจะรับจัดแค่ดอกไม้ หรือจัดการในส่วนของชำร่วยเท่านั้นก็มี ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว เวดดิ้งออร์แกไนเซอร์เป็นเพียงผู้ดูแลงานแต่งในวันจริงเท่านั้น เช่น ดูแลลำดับพิธีในงาน ดูแลทีมงานและข้าวของในพิธี หรือเป็นผู้คิดสคริปต์พิธีกร เป็นต้น

ส่วนคนที่เป็นผู้ช่วยเตรียมงานแต่งที่แท้จริงจะเรียกว่า “เวดดิ้งแพลนเนอร์” ที่มีหน้าที่คิดคอนเซ็ปต์ หาอุปกรณ์ตกแต่งสถานที่ หรือเนรมิตงานแต่งให้ออกมาสวยงามนั่นเองค่ะ ฉะนั้น ก่อนจะใช้บริการทุกครั้ง เราต้องเช็กเรื่องนี้ให้ดี ๆ เพื่อประโยชน์ของเราเองนะคะ

6 ข้อควรเช็ก ก่อนจ้างออร์แกไนเซอร์งานแต่งงาน
  • ต้องเช็กมีผลงานน่าเชื่อถือ แบบตรวจสอบได้

เรื่องนี้ถือเป็นเรื่องสำคัญมาก ๆ เมื่อพบบริษัทที่มีบริการตามที่เราต้องการ ขั้นต่อไปให้ดูว่าผลงานล่าสุดของบริษัทเป็นยังไง เคยมีผลงานอะไรมาบ้าง เคยร่วมงานกับคนดังหรือบุคคลที่มีเครดิตน่าเชื่อถือบ้างไหม

หากมีแฟนเพจทางเฟซบุ๊คก็ส่องเต็มที่เลยค่ะ ว่ารีวิวลูกค้าที่เคยใช้บริการมีคำติหรือคำชมมากน้อยแค่ไหน หากคะแนนรีวิวดีก็ถือว่าน่าไว้ใจได้ในระดับหนึ่ง เพราะในส่วนของคำวิจารณ์นั้นเจ้าของแฟนเพจไม่สามารถลบทิ้งได้ แต่ทั้งนี้เราก็ต้องเช็กดี ๆ ด้วย ว่าคอมเมนต์เหล่านั้น ไม่ใช่หน้าม้าที่ทางร้านจัดมาเสริมความน่าเชื่อมั่น

  • ต้องเลือกเจ้าที่พร้อมพบปะพูดคุยกับลูกค้าเป็นกิจจะลักษณะ

จำเอาไว้เสมอว่าออร์แกไนเซอร์ที่ดี จะถามหาวันที่บ่าวสาวสะดวกนัดเจอแบบเห็นหน้าค่าตา เพื่อพูดคุยทำความเข้าใจเกี่ยวกับรายละเอียดของงานเป็นกิจจะลักษณะ พร้อมสอบถามถึงคอนเซ็ปต์งานคร่าว ๆ ตามความต้องการที่ลูกค้าอยากได้ สถานที่ที่อยากจัดงาน รวมถึงงบประมาณที่ตั้งไว้ เรียกว่ามีการลำดับวางแผนงานเป็นลำดับขั้นตอนแบบมืออาชีพ

ยิ่งมีคำถามจุกจิกมากเท่าไร ยิ่งแปลว่าเขาใส่ใจและอยากให้งานของลูกค้าออกมาดีที่สุดจริง ๆ ในขั้นตอนนี้ไม่ควรพูดคุยกันผ่านทางแชตหรือโทรศัพท์เด็ดขาดเลยนะคะ เพราะอาจทำให้การสื่อสารไม่ตรงกัน แล้วงานจะออกมาไม่ตรงกับที่ต้องการ ซึ่งนั้นจะทำให้วันดี ๆ กลายเป็นวันสุดเฟลไปทันที

ต้องเลือกเจ้าที่มีรายละเอียดงานและเงื่อนไขระบุชัดเจน
6 ข้อควรเช็ก ก่อนจ้างออร์แกไนเซอร์งานแต่งงาน
  • ต้องเลือกเจ้าที่มีรายละเอียดงานและเงื่อนไขระบุชัดเจน

ออร์แกไนเซอร์ที่ดี จะต้องมีรายละเอียดงานและเงื่อนไขระบุชัดเจน   เมื่อผ่านการพูดคุยครั้งแรกไปแล้ว ออร์แกไนเซอร์ที่เป็นมือโปรจะมีแผนงานทั้งหมดมาเสนอให้เราดูเองเสร็จสรรพ ตั้งแต่อุปกรณ์การจัดแต่งงาน รายชื่อของทีมงานทั้งหมด รวมถึงรูปแบบหน้าตาของงานคร่าว ๆ ในจุดนี้บ่าวสาวควรเช็กเรื่องกำหนดการส่งงานรวมถึงค่าใช้จ่ายให้ดี

ดูว่าทางบริษัทจะทำงานในแต่ละส่วนให้เสร็จภายในวันไหนและคิดค่าให้บริการอย่างไร ที่สำคัญควรมีเอกสารเป็นลายลักษณ์อักษรให้เราเก็บไว้ด้วย เพื่อให้มั่นใจว่าทางบริษัทจะไม่เบี้ยวงาน หรือคิดค่าบริการเพิ่มเติมจากที่ตกลงกันไว้ และสุดท้ายอย่าลืมดูด้วยว่าค่ามัดจำการว่าจ้างนั้นสมเหตุสมผลด้วยหรือไม่

  • มีช่องทางให้ติดตามความคืบหน้าของงาน

ข้อสุดท้ายให้เลือกออร์แกไนเซอร์ที่มีช่องทางให้ติดตามความคืบหน้าของงาน เพราะหากเป็นออร์แกไนเซอร์ที่น่าเชื่อถือและเป็นมืออาชีพพอ เขาจะให้ช่องทางการติดต่อมาเองโดยที่เราไม่ต้องร้องขอ พร้อมอัปเดตความคืบหน้าของงานให้ดูตรงตามกำหนดเสมอ หรือถ้ามีปัญหาอะไรก็จะติดต่อมาแจ้งและปรึกษาทันที จะได้หาทางแก้ไขให้ทันวันงาน ส่วนทางบ่าวสาวเองก็ควรติดตามการทำงานเป็นระยะ ๆ เช่นกัน ไม่ใช่ว่าไว้ใจออร์แกไนเซอร์สุดตัว แต่สุดท้ายต้องมาตามแก้งานกันทีหลังครั้งเดียว แบบนั้นไม่ดีกับทั้งผู้จ้างและถูกจ้างแน่นอนค่ะ

และนี่คือข้อแนะนำ 6 ข้อ ที่ควรเช็กให้ดี ๆ ก่อนจจะตัดสินใจเลือกออร์แกไนเซอร์สักเจ้า เพื่อมาเป็นเว็ดดิ้งแพลนเนอร์ ในการรังสรรค์งานแต่งงานครั้งหนึ่งในชีวิตของเรา หากทำตาม 6 ข้อที่แนะนำไป รับรองว่าการเลือกออร์แกไนเซอร์ของท่าน จะไร้ซึ่งปัญหาตามมาทีหลังแน่นอน

ช็อตเด็ดกีฬามันๆ รวมข่าวสารวงการกีฬาไว้มากมาย
หมวดหมู่ : เรื่องรอบตัว